Entry 6 :: แล้ว entry 5 มันหายไปไหน
posted on 13 Sep 2009 17:46 by dipdoyเอนทรี่ 5 หายไปไหน...
เอนทรี่ 5 หายไปได้ยังไง...
เอนทรี่ 5 ...ไม่มี..ใครรู้...
แต่เอนทรี่ นี้ จะมาแทนที่ เอนทรี่ 5 ส่วนเอนทรี่ 5 ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
เนื้องจากบล๊อกนี้เขียนไปก็ไม่มีคนอ่าน
ก็เลยไม่ใส่ใจว่าจะเขียนอะไรลงไป
ก็กะว่าจะล่อเรื่องจริงเรื่องโกหกขี้ฮกลงไปผสมปนเปให้มั่วซะเลย
คำนำ
พรุ่งนี้สอบแล้ว หนังสือรึ ก็ไม่เคยแตะ
อยากจะแตะ แต่พอจะแตะทีไร ส้นตีนก็เสือกเตะทิ้งทุกที
ลองวาดการ์ตูนมาแทนที่ ไมโทรซีส แต่มันก็ไม่ได้ผล
เลยลองเปลี่ยนวิธีมาเขียนบล๊อกดู เผื่อจะรุ่งกับเขาบ้าง...ไม่มาก..ก็น้อย
ด้วยรัก และ ผูกพันธ์
ดอย
สารบัญ
เนื้อเรื่อง หน้า
เอนทรี่นี้ ก็หน้านี้ดิวะ
..........................................................................................................................
มาจะกล่าวบทไปด้วยเรื่องของ วรรณคดีสมัยอยุธยา
แค่ชื่อเรื่องก็หน้าเบื่อบรมโลกโลกาวินาสสันตะโรแล้ว
ดันต้องมาศึกษาถึงผลงานของบุคลากรในประวัติศาสตร์อันเป็นผู้ที่จากไปแล้วด้วยดีอีก
ขอยืนไว้อาลัยให้สัก 1 นาที
ครบแล้ว ตัดฉากไปที่วังอะไรสักอย่าง นึกภาพให้มันดูเก่าๆเอาก้แล้วกัน
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ : เฮือกกก ขะ ขะ ข้า ข้าขอฝาก...ฝากเจ้า ดูแล.....มะ มะ มะ เมืองนี้..แทนข้า...ด..ด้วย...นะ........เจ้า..จ..จง..เป็น..ก..กะ..กะ...กะ..สัด !!! เจ้าจงเป็นกษัตริย์...ที่.ย.ยิ่ง..ใหญ่....ให้...จง....ได้..ครอก
บรรยาการเศร้าสร้อยโสมมยิ่ง ข้าราชกาล บริพาล นางสนม เมด บ๋อย ต่างก็รวมตัวกันส่งเสียงร้องระงมเซ็งแซ่
ยุคต่อไปนี้...เป็นยุคของ พระรามาธีบดีที่ 2 แล้วสินะ !!!
และยุคนี้แหละ เป็นยุคที่ให้กำเนิดถึงศิลปะแห่งธรรมชาติ !!!!!!
แท่ม แท่ม แท่ม แท้มมมมมมม
หลายปีผ่านไป ไวเหมือนเคาะ enther ลงมา 2 เดาะ
ในที่สุดก็มาถึงยุคทองแห่งวรรณคดีจนได้ แล้วใครเล่า ที่เป็นคนปลุกศิลปะให้พวกเราได้เสพอีกครั้ง
ก็พระนารายณ์ที่มีสี่กรอย่างไรล่ะ แต่ยังไงซะ ก็คงจะสู้คุณดังไม่ได้
แต่ว่านะ ในยุคนี้ก็มีวรรณคดีเด็ดๆเกิดขึ้นหลายเรื่องเลยนะเออ
ไอ้ที่ว่าสำคัญๆควรแก่การจดจำ เราจะยกตัวอย่างจากบทสำภาษณ์จาก
อำมาตย์ในวัง ในสมัยนั้น....ไปฟังเทปบันทึกกัน
ดอย : สวัสดีลุง
อำมาตย์ : เอ้า สวัสดีอีนังหนูเอ้ย
ดอย : เข้าเรื่องเลยนะลุง ลุงช่วยเล่าเรื่องของ วรรณคดีที่สำคัญๆในสมัยลุงให้ฟังหน่อยสิ
อำมาตย์ : ได้ๆ เอาตั้งแต่ตอนแรกๆเลยนา...ลุงยังจำวันนั้นได้ดีเลยทีเดียว
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน
ใต้ต้นลันทม ดอกบานขาวโพลนเต็มต้น ชายหนุ่มรูปงามนั้งอยู่ที่ตรงนั้น มองเหม่อใกล้ออกไป ลมเย็นๆพัดเข้ามาตลอดเวลาไม่ขาดสาย ดอกลันทมปลิวล่วงลงมาบนตักหนุ่มหล่อผู้นั้น ชายหนุ่มชะงัก ก้มมองดอกลันทม ฉับพลัน น้ำตาก็ไหลลื้นออกมาไม่ขาดสาย...ชายหนุ่มคิดถึงคนรักของเขาเหลือเกิน...ไม่ได้นะ เราจะมานั้งเสียเวลาชีวิตอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด ชายหนุ่มคิดได้ดังนั้น จึงหยิบปากกาและกระดาษขึ้นมาจดอะไรๆ ยิกๆๆๆ ลงไป โอ้ มาย ก๊อดดดด เขาเริ่มร่างโคลงเรื่องที่สุดยอดจะบรรยายออกมาได้ เค้าเขียนตั้งแต่ต้นจนจบด้วยภาษาที่ใครก็อ่านไม่ออก เมื่อเขาเขียนจบ เค้าก็ทิ้งกระดาษนั่นไว้ตรงนั้นแล้วเดินจากไป ลมที่พัดเอื่อยเฉื่อยในตอนแรกกลับเริ่มแรงๆขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเขากลับมาอีกที เขาก็ไม่เห็นกระดาษแผ่นนั้นเสียแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเค้า มีคนจับตามองอยู่ตลอดเวลา 2 วันผ่านไป ได้มีวรรณคดีเรื่องนึงเปิดตัวขึ้นที่งานหนังสือแห่งชาติ งานถูกจัดขึ้นภายในวัง และมีผู้คนไปร่วมงานอย่างล้นหลาม มีของขายอย่างล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็น โดจินเอย ฟิกเกอร์เอย หรือพวกคอสเพลย์ หูแมวหูหมาก็มากันให้เพียบ แต่ที่เด่นที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นหนังสือเปิดตัวใหม่ของ พระเจ้าทรงธรรม ที่วันนี้ พระองค์ได้มาร่วมเปิดโต๊ะแจกรายเซ็นอีกด้วย หนังสือเรื่อง "พระเวสสันดรชาดก" หรือ กาพย์มหาชาติ ได้ถือกำเนิดขึ้น ในวันนั้นเอง ชายหนุ่มรูปงามมองดูด้วยสายตาละห้อย "ไอ้สัดเอ๊ย!!! นั้นมันผลงานกูนี่หว่า อุตสาห์เขียนเป็นภาษาบาลีแล้วนะเว้ยเฮ้ย ยังพยายามแปลซะจริงจริ๊ง" แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอากัปกิริยาต่ำช้าในใจเค้าออกมา ก่อนจาก...เค้ายิ้มให้หนังสือเล่มนั้นเป็นครั้งสุดท้าย .. หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเค้าอีกเลย...
ดอย : ไม่เห็นเข้าใจเลยลุง ตกลง พระเจ้าทรงธรรมไปเอางานเค้ามาเหรอ
อำมาตย์ : ไม่มีใครรู้เรื่องนั้นหรอก
ดอย : เอ้า แล้วลุงรู้เรื่องได้ยังไง
อำมาตย์ : ก็คนที่แอบมองอยู่ตรงต้นลันทมนั่นคือลุงยังไงล่ะ
ดอย : งั้นลุงก็ต้องรู้ดิ ว่าต้นฉบับที่ชายคนนั้นเขียนมันหายไปได้ยังไง
อำมาตย์ : ลุงกระพิบตาอีกที กระดาษแผ่นนั้นก็หายไปแล้ว
ดอย : ฮึ่ย พูดเป็นเล่นนะลุง เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด จะบ้ารึไง
อำมาตย์ : วุ้ย เอ็งนี่จะเอายังไงกัน ไม่ลงไม่เล่ามันแล้ววุ้ย ไปหาเหล้าดองมาแดกดีกว่า โว้ววว
และบทสนทนาก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ = =
ไม่มีประโยชน์เชี่ยอะไรแม้แต่น้อยเลย เปลืองเนื้อที่บล๊อกกูจริงๆ
ยังมีเรื่องราวในอดีตอีกมากมาย ที่ความจริงยังไม่ถูกเปิดเผย ร่วมทั้งเรื่องราวของชายนิรนามผู้นั้นด้วย
คงต้องติดตามกันต่อไป ในเอนทรี่หน้าถ้าไม่ลืม
ไม่แน่ ชายหนุ่มนิรนามอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเอนทรี่ 5 ก็เป็นได้ !!!
ส่วนตอนนี้ต้องขอลา ลาจาก จากกัน ฉันและเธอ คงต้อง จากกัน พบกัน วันหน้า นะเออ
ขอลาไปอ่านหนังสือ เนื้องจากพบความจริงแล้วว่า การอัพบล๊อกไม่ได้ช่วยอะไรอย่างที่คิดไว่เลย
ใช้เวลานานมากอีกต่างหาก ชาตินี้คงไม่เสร็จ กลับไปยัดลงสมองอย่างเดิมแหละดีแล้ว
ไม่ว่าจะวิธีไหนๆก็ไม่สำเร็จ หากไม่ตั้งใจทำอย่างจริงจังสักที งวดนี้ได้ไข่ต้มแน่นอน =[]=
จบลงด้วยอาการไร้สาระ
edit @ 13 Sep 2009 19:00:51 by ทรงดอย
